Payday loans

Archive

Archive for the ‘ทั่วไป’ Category

หนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง

December 4th, 2010

วันนี้ก็จะถึงวันพ่อแล้ว วันที่โครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง ครั้งที่ 1 จะปิดตัวลง การทำโครงการ ครั้งนี้ เป็นงานที่ใหญ่มาก ไม่นึกไม่ถึงว่า ในชีวิตคนธรรมดาคนหนึ่ง จะเจอเรื่องทั้งดีและไม่ดีเข้ามามากมาย ขนาดนี้ มีบางเรื่อง ทำให้เสียสุขภาพ ต้องเข้าโรงพยาบาล เหนื่อย ท้อ แถบจะหมดกำลังใจ หมดเรี่ยวแรง ที่จะทำความดีต่อไป เพื่อน มิตรสหาย ไม่เข้าใจ เพราะข่าวมัวมอง ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ และไม่ใช่เรื่องจริง ได้แต่บอกกับตัวเอง ว่าช่างมัน ใครไม่เข้าใจ ก็ยังมีฟ้า เท่านั้นที่รู้ วันเวลาจะพิสูจน์คน ว่าคนๆ นั้นดีจริงหรือไม่ ได้รับมิตรภาพที่แท้จริงจากหลายๆ คน ต่อไปจะบอกกับตัวเอง ว่าไม่เป็นไร คนด่าคนว่า คนเกลียด คนชัง ก็ชั่งมัน เราค่อยๆ ทำไป มีกำลังมาก ก็ทำมาก มีกำลังน้อย ก็ทำน้อย ไม่มีใครเห็น ตัวเราก็เห็น ชื่อเสียง เกียรติยศ เราก็ไม่ได้หวัง เรามาจากคนธรรม เดินดิน ก็อยู่แบบคนธรรมดา ดีที่สุด ชื่อเสียง เป็นสิ่งปรุงแต่ง ทำให้คนยึดติดกับมัน ปัญหาที่เกิดมักมาจาก ตัวกู ของกู พวกกู การทำความดีเพื่อพ่อหลวง ไม่ใช่ทำแต่ปาก จิตใจ ต้องทำดีด้วย ต้องรู้จักให้อภัย มีความยุติธรรม จริงใจ แล้วสิ่งที่เราทำ เราตั้งใจ จะประสิทธิ์ผล เหนื่อยมาเกือบ 7 เดือน ขอความดีที่ผมทำทั้งหมดนี้ ถวายแก่พ่อหลวง อันเป็นที่รักของผม

ขอบคุณน้องปุ๊ก ที่ยื่นมือมาช่วยพี่ ในเวลาที่พี่เดือดร้อนจริงๆ  ขอบคุณจริงๆ

ขอบคุณ พ.ต.ท จักรกริช นายตำรวจพลร่ม ที่มีจิตใจดี มีคุณธรรม ที่สูงมาก คอยเป็นกำลังใจ และช่วยเหลือ หลายๆ ด้าน

ขอบคุณ หมวดธาม ที่ยังเชื่อใจในความดีของผมและโครงการฯ นานๆ ที หมวดก็โทรมาถามทุกข์ สุข กัน ตอนนี้หมวดมีปัญหาอยู่ ผมเชื่อว่าหมวดเป็นคนดี

ขอบคุณ หมวดอ๊อฟ ที่คอยช่วยเหลือในหลายๆ ด้าน

ขอบคุณ พี่วรรณ ที่คอยช่วยเหลือ ด้านต่างๆ ทำให้ผมได้รู้ว่า คนที่ทำึความดี แล้วไม่เอาหน้า ไม่เอาชื่อเสียงยังมีอยู่ พี่เป็นคนที่ปิดทองหลังพระ จริงๆ

ขอบคุณ ผู้บริจาคทุกท่านที่ร่วมบริจาคและร่วมทำความดีกับโครงการหนึ่งความดีเพื่อ พ่อหลวง เงินของท่าน ทุกบาท ทุกสตางค์ จะถูกนำไปใช้ให้ก่อเกิดประโยชน์มากที่สุด

และัขอบคุณท่านอื่นๆ ทุกท่านที่ึคอยเป็นกำลังใจ ร่วมกิจกรรมและช่วยประชาสัมพันธ์โครงการฯ โดยเสมอมา ขอบคุณครับ

” ทำมาสองปี ปีนี้รู้สึกเหนื่อยมาก แต่พอใกล้วันพ่อ ความเหนื่อยแถบลืมไปเลย คิดถูกแล้วที่ไม่ยอมแพ้  ถ้ายอมแพ้ ก็คงไม่มีใครอยากจะลุกขึ้นมาทำความดี ถวายท่านกัน”

“สิ่งที่ทำมันเล็กมาก แต่ความภาคภูมิใจที่อยู่ข้างใน มันยิ่งใหญ่มาก อย่างน้อย ครั้งหนึ่งในชีวิตเราก็ได้ชื่อว่า ได้ทำแล้ว”

“ขอทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ขอเดชะ  ข้าพเจ้า นายชัยภัทร จั่นมณีและสมาชิกโครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง ”

๕ ธันวาคม ๒๕๕๓

ทั่วไป

update ยอดเงินบริจาคและรายชื่อเพิ่มเติมถึง 9 มิ.ย. ค่ะ

June 10th, 2010

ฝ่ายบัญชีขอ update ยอดเงินบริจาคค่ะ ต้องขออภัยในความล่าช้าด้วยค่ะ เนื่องจากบางครั้งมีผู้ไม่ประสงค์ออกนามจำนวนมากค่ะ มีการ update รายชื่อที่ตกหล่นไปคราวที่แล้วใน bank book หน้า 4 ค่ะ และ เพิ่มของหน้า 5 ค่ะ ณ ตอนนี้หลังจากสั่งเสื้อเกราะงวดแรกไปแล้วยอดเงินคงเหลือ 63,602.69 บาท ค่ะ ขอขอบคุณทุกๆท่านและอนุโมทนาบุญมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

หากมีท่านใดตรวจสอบแล้วไม่พบรายชื่อ ขอความกรุณาแจ้งมาที่ slip@virtue4theking.org ด้วยนะคะ พร้อมทั้งแนบรูปสำเนา slip มาด้วยนะคะ ทางเราจะรีบตรวจสอบให้ค่ะ



ตรวจสอบสลิบ, ทั่วไป, ร่วมบริจาค

สลิปการโอนเงินสั่งเสื้อเกราะงวดแรกค่ะ

June 8th, 2010

เรื่อง : ขออนุญาตเบิกเงินและสั่งผลิตเสื้อเกราะงวดแรกจำนวน 25 (+10) ตัว ทางโครงการฯ ขอสรุปยอดบริจาคตั้งแต่เปิดโครงการ จนถึงวันนี้ 4 มิถุนายน 2553 เพื่อสรุปการสั่งซื้อเสื้อเกราะ ดังนี้ ยอดเงินรวม ณ ตอนนี้ = 173,002.00 บาท

1. ท่านรองได้มอบเสื้อเกราะจำนวน 10 ตัว ให้กับโครงการฯ เพื่อมอบให้กับเจ้าหน้าที่ แต่ต้องเสียเงินเพิ่มเกราะเสริมเอง ตกชุดละ 2,000 บาท รวมเป็นเงิน 20,000 บาท

ดังนั้นเหลือเงินสุทธิ 173,002.00 บาท – 170,000 บาท = 3,002.00 บาท

โดยเสื้อเกราะ 35 ตัว จะส่งมอบให้ 2 หน่วยงาน ดังนี้

1. สน. บันนังสตา โดยมอบให้หน่วย นปพ. หมวดธาม ทั้งชุด 23 นาย 23 ตัว

2. ตำรวจพลร่ม 443 12 ตัว

รวมชุดแรกที่โครงการฯ จะส่งมอบทั้งหมด 35 ตัว

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ทีมงานโครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง

สลิปหลักฐานโอนเงินจากโครงการฯ เข้า บช. ท่านรองกฤษดากร ผู้ผลิตเสื้อเกราะพระเจ้าตาก ยอดเงิน 170,000 บาท สำหรับเสื้อเกราะชุดแีรก 35 ตัว (100 บาทเป็นค่าธรรมเนียมการโอน ออกเองโดยผู้ประสานงานกลุ่มค่ะ)

ตรวจสอบสลิบ, ทั่วไป, ร่วมบริจาค

ยอดเงินบริจาคถึง 4 มิ.ย. 53 ค่ะ

June 4th, 2010

มาตามสัญญาค่ะ ยอดเงินที่ได้รับบริจาคทั้งหมดจนถึงตอนนี้ค่ะ ยังมีเงินสดในมืออีก 9,743.00 บาท จากกิจกรรมย่อยครั้งที่ 3 จะฝากกลับเข้าบัญชีโครงการพรุ่งนี้ค่ะ ยอดเงินรวม ณ ตอนนี้ = 173,002.00 บาทค่ะ ขออนุโมทนากับทุกท่านด้วยค่ะ หากท่านใดไม่เห็นชื่อของท่าน แสดงว่าทางฝ่ายบัญชียังไม่ได้รับ slip นะคะ รบกวนช่วยส่ง slip มาที่ slip@virtue4theking.org ด้วยค่ะ ขอบคุณมากๆ แทนเจ้าหน้าที่ทุกท่านด้วยค่ะ /นัท








ตรวจสอบสลิบ, ทั่วไป, ร่วมบริจาค

เป้าหมายแรกสำเร็จแล้วค่ะ เดินทางต่อสู่เป้าหมายต่อไปค่ะ ^_^

May 30th, 2010

(Quote จากภัทรค่ะ)

ดีใจกับเป้าหมายแรกของโครงการฯด้วยครับ คือได้ยอดเงินบริจาคเพื่อจัดซื้อเสื้อเกราะ 23 ตัวให้กับ สน.บันนังสตา โดยจะทำการมอบให้กับ ร.ต.ท.ธาม ลอยสะเทื้อน ลูกน้องจ่าเพียร เพื่อเป็นการตอบแทนความดีของท่านและเพื่อท่านจะได้สบายใจที่ลูกน้องของท่านมีอุปกรณ์ป้องกันชีวิตที่มีค่าเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง

ทางโครงการสามารถเราระดุมทุนได้ภายในเดือนเดียว ต้องกราบขอบพระคุณทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยครับ ที่ร่วมกันตอบแทนความดีของจ่าเพียร ลูกน้องท่านจะได้ปลอดภัย ท่านจะได้หายกังวลเรื่องนี้ ขอบคุณครับ /ภัทร

ขอบคุณทุกๆ ท่านจริงๆ ค่ะที่ยังไม่ลืมเจ้าหน้าที่ที่เสียสละของเราทุกคน /นัทและทีมงาน

หน่วยต่อไปที่เราจะระดมทุนคือ ตชด.พลร่มที่ 443 ของผู้กองแคนและหมวดตี้ค่ะ กำลังพลส่วนใหญ่ก็แทบยังไม่มีเสื้อเกราะใส่กัน เราไม่อยากได้วีรบุรุษคนต่อไปจากหน่วยนี้อีกแล้ว เราจึงมองเป็นหน่วยหลัก ที่เราอยากจะช่วยค่ะ /นัท

รบกวนเพื่อนๆ ช่วยกันประชาสัมพันธ์โครงการเราด้วยนะคะ เราทีมงานมีกันไม่กี่คน ต้องอาศัยเพื่อนๆ ช่วยด้วยน่ะครับ แค่ส่ง อีเมลล์ข่าวหน้านี้ http://www.virtue4theking.org/?p=51 ไปให้เพื่อนๆ ของคุณ ก็จะช่วยเหลือเราทีมงานได้มากแล้ว ขอบคุณครับ/ค่ะ /ภัทรและทีมงาน

กำหนดวันส่งมอบครั้งต่อไปประมาณ 12 ส.ค. 53 ค่ะ

ข่าวประชาสัมพันธ์โครงการ, ทั่วไป

กิจกรรมย่อย “แด่ผู้เสียสละ คุณทำได้มากกว่าการยืนไว้อาลัย ครั้งที่ 3″

May 19th, 2010

เนื่องจากมีเสียงเรียกร้องจากสมาชิกที่อยากจะร่วมช่วยซื้อของให้เจ้าหน้าที่ ที่ปฎิบัติงานอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ทางทีมงานจึงเปิดกิจกรรมย่อย “แด่ผู้เสียสละ คุณทำได้มากกว่าการยืนไว้อาลัย ครั้งที่ 3″ ปิดสรุปยอดเงินวันอาทิตย์นี้ (23 พ.ค. 53) น่ะครับ โดยรบกวนเพื่อนๆ ส่ง slip ให้ทางเราด้วยครับ โดยของที่จะจัดซื้อตอนแรกคิดไว้ว่าจะทำเช่นเดิมครับได้แก่แว่นตานิรภัยป้องกันสะเก็ดระเบิดและผ้าห้ามเลือดไคซานครับ อย่างไรก็ตามเนื่องจากเหตุการณ์มีความสงบมากขึ้น ทาง ศอฉ. ได้แจ้งมาว่าต้องการเป็นของอุปโภค-บริโภค เช่น เครื่องดื่ม ผ้าเย็น ลูกอม ฯลฯ ทางโครงการฯ จึงขอเรียนให้ทราบว่าเรามีการเปลี่ยนแผนการจัดซื้อเพื่อให้ตรงกับความต้องการของทางราชการมากขึ้นครับ (ดังใบเสร็จแนบท้าย)

***หากไม่ระบุว่าจะร่วมกิจกรรมย่อย ทางเราขอปัดยอดเงินนั้น เป็นยอดเงินซื้อเสื้อเกราะลงใต้น่ะครับ ของที่จะจัดซื้อให้เจ้าหน้าที่เริ่มบริจาคได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันอาทิตย์นี้ (23 พ.ค. 53) ครับ

***หากเหตุการณ์สงบก่อนปิดกิจกรรมย่อยนี้ ทางโครงการขอพิจารณานำยอดเงินที่บริจาคมาเข้าสมทบทุนซื้อเสื้อเกราะให้ทหาร ตำรวจ ที่ปฎิติงานอยู่ทาง 3 จว. ภาคใต้ตามจุดประสงค์หลักของโครงการฯ นะครับ ขอบคุณครับ

ผู้ที่ต้องการบริจาคสามารถโอนเงินมาที่บช. ธนาคารกสิกรไทย สาขาคลองหลวง ชื่อบัญชี โครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง ประเภทบัญชี ออมทรัพย์ หมายเลขบัญชี 178-2-25353-9 พร้อมส่ง slip มาที่ slip@virtue4theking.org ถ้าส่งมาทาง SMS รบกวนเขียนเบอร์โทรใน slip ด้วยครับ เพื่อที่จะได้เช็คยอดได้ไม่ซ้ำซ้อนครับ

ขออนุโมทนาในกุศลและน้ำใจของทุกท่านด้วยครับ

=======================================

ขอสรุปยอดบริจาคกิจกรรมย่อยครั้งที่ 3 และรายจ่ายดังต่อไปนี้ค่ะ
ยอดเงินบริจาคกิจกรรมย่อยครั้งที่ 3
“แด่ผู้เสียสละ คุณทำได้มากกว่าการยืนไว้อาลัย ครั้งที่ 3”
18 พ.ค. 53- 23 พ.ค. 53

18-พ.ค.-53
คุณกฤษณลักษณ์ 280.00
คุณ Ratcha Bee 300.00

19-พ.ค.-53
คุณณัฐดนัย คณิตทวีกุล 500.00
คุณ Nick 081696xxxx 1,000.00
คุณจารุภา 3,000.00
089644xxxx 500.00

20-พ.ค.-53
086788xxxx 1,000.00
081867xxxx 2,000.00
คุณJaruda Udomsriwattana 3,000.00
คุณวิชชุดา 500.55
086844xxxx 1,000.00
นางกรกมล/ นายวิจิตร และดญ.กานต์พิชชา วิรติกุล 5,000.00
คุณหมูอ้วน 200.00
คุณอริยา 500.00

21-พ.ค.-53
คุณ Pitchaya 1,000.00
คุณBongkot 1,000.00
คุณ Katie Tai 500.00
คุณ JoyloveAngpow 999.00
คุณนันทิกา 500.00
คุณ Patcharin Kae 2,477.00

22-พ.ค.-53
คุณSomkid Preechasammakul 3,000.00

รวมทั้งสิ้น 28,256.55 บาท
ซื้อของงวดแรกไปแล้วทั้งสิ้น 18,514.00 บาท
คงเหลือสำหรับการซื้องวดที่ 2 จำนวน 9,742.00 บาท

====================================








ทั่วไป, ผลงานที่ผ่านมา

แด่เจ้าหน้าที่ผู้เสียสละ คุณทำได้มากกว่าการยืนไว้อาลัย

May 18th, 2010

พวกเรา

.

.

.

.

ลองมองให้ไกลจากตัว

.

.

.

.

.

ที่เราทุกวันนี้

.

.

.

.

.

สามารถใช้ชีวิต

.

.

.

.

.

ได้อย่างใจต้องการ

สามารถเดินป่าชื่นชมธรรมชาติ

มีเพลงเพราะๆฟัง

สนุกกับการกีฬา

มีความสุขกับเพื่อนๆ

เพลิดเพลินไปกับไอติมถ้วยโต

ภิรมย์กับเบาะนุ่มๆและหนังอินเทรนด์

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

พวกเรา

.

.

.

.

.

ลองมองให้ไกลจากตัวหน่อยดีไหม

.

.

.

.

.

ที่ๆเราอาจหลงลืม

.

.

.

.

.

เพราะเราไม่ได้เห็นด้วยตา หรือรับรู้กับตัว

.

.

.

.

.

คุณรู้ไหมว่า ทุกวันนี้

.

.

.

.

.

เราใช้ชีวิต

.

.

.

.

.

อยู่บนความเสียสละของใคร

.

.

.

.

.

.

.

.

แล้วทุกครั้งทุกคราวที่เรารับรู้ข่าวสารของการสูญเสีย

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.


นี่เป็นเพียงสิ่งที่เราทำได้เพื่อคนที่พลีชีพเพื่อชาติเท่านั้นเหรอ

.

.

.

.

.

.

.

เรา…ทำอะไรได้มากกว่านี้ไหม?

.

.

.

.

.

โครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง ครั้งที่ 1

ขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ช่วยรบ (เสื้อเกราะ เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ เวชภัณฑ์ วิทยุสื่อสาร ฯลฯ ) มอบให้กับเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจที่ปฎิบัติภารกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ทหารหาญผู้เสียสละ ร่วมแบ่งเบาภาระในการปฎิบัติหน้าที่และเสริมสร้างกำลังใจให้แก่วีรบุรุษนักรบของชาติในยามที่พวกเขายังมีลมหายใจอยู่..

มาซิค่ะ.. ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในสายธารแห่งน้ำใจครั้งนี้ด้วยกันกับชมรมหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง.

เปิดรับบริจาคตั้งแต่วันนี้ และจะปิดรับบริจาควันสุดท้ายในวันที่ธันวาคม พ.ศ. 2553

บริจาคเงินสมทบทุนเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ช่วยรบ

ชื่อบัญชี โครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง

เลขที่บัญชี 178-2-25353-9

บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกสิกรไทย สาขาคลองหลวง

และส่งสลิปการโอนเงิน ที่ slip@virtue4theking.org

พร้อมแจ้งชื่อผู้โอน จำนวนเงินและรายชื่ออุปกรณ์ช่วยรบที่สนับสนุน ลงบทสลิป แล้วถ่ายรูป หรือสแกนสลิปส่งมาให้แผนกการเงินของโครงการฯ หลังจากได้รับสลิปโอนเงินจากท่านแล้วทางชมรมจะตอบอีเมลกลับพร้อมทั้งแจ้งลิงค์ให้ตรวจสอบสลิปและบัญชีการรับบริจาคอีกครั้งหนึ่ง

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

http://www.virtue4theking.org/ หรือ http://activity.sanook.com/heroes และส่งอีเมลมาที่ info@virtue4theking.org

คลิ๊กที่นี้ เพื่ออ่านประวัติ ผลงาน และความเป็นมาของโครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวงค่ะ

คลิ๊กที่นี้ เพื่อดูผลงานที่ผ่านมา
คลิ๊กที่นี้ เพื่อสมัครสมาชิกโครงการเพื่อร่วมกิจกรรมต่างๆ

ทั่วไป, ร่วมบริจาค

ภาพการทดสอบเสื้อเกราะนวัตกรรมพอเพียง

May 8th, 2010

ร.ต.ท.ธาม ลอยสะเทื้อน (หมวดธาม)

รอยกระสุนขนาดต่างๆที่เกิดจากการทดลองยิง ซึ่งแผ่นเกราะนี้สามารถป้องกันใด้ตั้่งแต่กระสุนปืนพกสั้นไปจนถึงกระสุนปืนเล็กยาวแบบ M-16,AK-47

สื่อมวลชนให้ความสนใจทำข่าว

พ.ต.ท.กฤษฎากร เชวงศักดิ์โสภาคย์

ตัวแทนโครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง มอบเสื้อเกราะให้หมวดธาม

กระสุนที่ใช้ทดสอบในครั้งนี้คือ กระสุนปืน M-16 ขนาด 5.56 มม.

ผลการทดสอบแผ่นเกราะสามารถทนต่อกระสุนขนาด 5.56 ใด้

กระสุน m16 ไม่ทะลุ

สนใจร่วมบริจาคได้ที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาคลองหลวง ชื่อบัญชี โครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง

ประเภทบัญชี ออมทรัพย์ หมายเลขบัญชี 178-2-25353-9

ทั่วไป

เครื่องตัดสัญญาณรีโมท-มือถือ…?ทางเลือก-ทางรอด?ของตำรวจทหารแดนใต้

April 28th, 2010

รายงานพิเศษ: วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

รายงานโดย: สุเมธ ปานเพชร โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา
เครื่องตัดสัญญาณรีโมท-มือถือ ที่ใช้ในภาคใต้

          ม้ “จีที 200” จะกลายเป็นเครื่องมือลวงโลกไปแล้วในความรู้สึกของคนทั่วไป แต่สิ่งหนึ่งที่จะมองข้ามไปมิได้ก็คือ การปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางภยันตรายของตำรวจ ทหารที่ชายแดนใต้ คำสั่งให้เลิกใช้เครื่อง “จีที 200” นั้นง่าย แต่อะไรคือหลักประกันในยามที่พวกเขาต้องเดินออกจากฐานเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง ตาย

          ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกที่ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะไม่ใช้วิธี “หักดั้มพร้าด้วยเข่า” เพราะเข้าใจความรู้สึกของคนทำงาน และก็ไม่แปลกที่ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะสั่งเดินหน้าผลิตเครื่องตัดสัญญาณการจุดระเบิด หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “เครื่องแจมเมอร์” เพื่อใช้ในภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยในดินแดนด้ามขวาน

          ปัจจุบันในสถานการณ์ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คนร้ายมีวิธีการจุดระเบิดที่เห็นบ่อยๆ อยู่ 5 วิธี คือ 1.ตั้งเวลาโดยใช้นาฬิกา 2.กดด้วยมือโดยใช้แบตเตอรี่ 3.ใช้โทรศัพท์มือถือ 4.ใช้รีโมทคอนโทรล และ 5.ใช้วิทยุสื่อสาร หรือที่เรียกว่า “สไปเดอร์บอมบ์”

          สองวิธีแรกแม้จะป้องกันยาก แต่ก็มีปัจจัยแวดล้อมที่ทำให้ระเบิดทำงานผิดพลาดมากเหมือนกัน สิ่งที่น่ากลัวคือ 3 รูปแบบหลังที่มีโอกาสความแม่นยำสูงกว่า ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯคิดค้นเครื่องมือตัดสัญญาณแต่ละแบบได้แล้ว เพียงแต่กระบวนการผลิตยังล่าช้าและไม่เพียงพอกับความต้องการ ตัวเลขอย่างเป็นทางการคือเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือมีอยู่ 88 เครื่อง ขณะที่เครื่องตัดสัญญาณรีโมทคอนโทรลและวิทยุสื่อสาร มีไม่เกิน 3 เครื่อง

          แต่ความปลอดภัยของกำลังพลท่ามกลางภารกิจเสี่ยงอันตรายเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ เพราะความรุนแรงและความสูญเสียยังคงเกิดขึ้นทุกวัน และนั่นคือความจำเป็นที่ตำรวจ ทหารในพื้นที่ต้องหาวิธีป้องกันตัวเอง!

          ดังเช่นที่ สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ซึ่งมี พ.ต.อ.นฤชา สุวรรณลาภา เป็นหัวหน้าสถานี เขาเล็งเห็นความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของชีวิตตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาที่ ต้องออกปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัย จึงได้จัดหาเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือและเครื่องตัดสัญญาณรีโมทคอนโทรล มาให้ลูกน้องได้ใช้งาน

          “มันเริ่มมาตั้งแต่เมื่อปี 2551 ผมจำได้ว่าวันนั้นคือวันที่ 5 มี.ค.เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ตลาดนัดบ้านปาลัส อ.ปะนาเระ ผมต้องสูญเสียลูกน้องไป 2 คนจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น คือ ด.ต.ประเทือง สุวรรณสงเคราะห์ และ ด.ต.พงษ์เทพ ยกประสพรัตน์ หลังจากวันนั้นผมก็พยายามหาอุปกรณ์อะไรก็ได้ที่จะช่วยรักษาชีวิตพวกเขา เพื่อให้ปลอดภัยมากที่สุดในยามออกปฏิบัติหน้าที่”

          พ.ต.อ.นฤชา เล่าว่า ในปีนั้นมีเหตุลอบวางระเบิดเกิดขึ้นเยอะมาก แต่เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือและรีโมทคอนโทรลที่ทางสำนักงานตำรวจแห่ง ชาติจัดหาให้มีเพียงเครื่องเดียว ไม่เพียงพอต่อกำลังพลของโรงพัก จึงได้ตัดสินใจใช้งบประมาณจากกองทุนสืบสวนที่มีอยู่ประมาณ 50,000 บาทต่อปี ไปจัดซื้ออุปกรณ์ตัดสัญญาณการจุดระเบิดมาให้ลูกน้อง พร้อมกันนั้นก็ได้รับบริจาคจากภาคเอกชนบ้าง ทำให้ทุกวันนี้ที่โรงพักมีเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือและรีโมทคอนโทรล แบบพกพาประมาณ 30 ชุด ใครจะออกไปปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะลาดตระเวนหรือสืบสวนหาข่าว ก็สามารถเบิกไปใช้ได้

          จากการติดตามดูการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะนาเระ พบว่าอุปกรณ์ตัดสัญญาณการจุดระเบิดที่ สภ.ปะนาเระ ใช้อยู่ มีทั้งเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือและรีโมทคอนโทรล มีทั้งขนาดเล็กแบบพกพาและขนาดใหญ่แบบติดตั้งในรถยนต์ ส่วนใหญ่เป็นรถกระบะสายตรวจของโรงพัก

          พ.ต.อ.นฤชา กล่าวต่อว่า นอกจากทางโรงพักจะมีอุปกรณ์ตัดสัญญาณการจุดระเบิดให้เบิกใช้ได้ตามภารกิจ แล้ว ผู้ใต้บังคับบัญชาบางรายก็อยากได้อุปกรณ์เหล่านี้ไว้ใช้เป็นของส่วนตัว แต่มีปัญหาเพราะต้องใช้เงินก้อนไปซื้อ เขาจึงให้ทางสหกรณ์ของโรงพักไปจัด ซื้อมาก่อน และให้ลูกน้องที่ต้องการสามารถผ่อนชำระกับสหกรณ์ได้ ด้วยวิธีการดังกล่าวทำให้ตำรวจหลายนายใน สภ.ปะนาเระ มีอุปกรณ์ป้องกันตัวซี่งเป็นของตัวเองสำหรับออกปฏิบัติงาน

          “เป็นธรรมดา ใครก็ตามที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เสี่ยงก็ล้วนต้องการความปลอดภัยในการทำ งานทั้งนั้น โดยเฉพาะเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเกือบทุกวัน ก็เห็นกันอยู่ว่าความสูญเสียมันมากขนาดไหน หากมีเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือติดตัวไว้เวลาออกไปปฏิบัติหน้าที่ ก็จะสามารถป้องกันตัวเองได้ระดับหนึ่ง สร้างความอุ่นใจให้กับผู้ปฏิบัติงานพอสมควร”

          “ตั้งแต่ผมริเริ่มนำอุปกรณ์ตัดสัญญาณการจุดระเบิดมาให้ลูกน้องได้ใช้งาน ทำให้อัตราการสูญเสียกำลังพลของ สภ.ปะนาเระ จากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดลดลงอย่างน่าพอใจ คือเหลือเพียง 0 นาย” พ.ต.อ.นฤชา กล่าวยิ้มๆ

          ไม่เพียงสนับสนุนให้ลูกน้องใช้ แต่ พ.ต.อ.นฤชา ซึ่งออกทำงานในพื้นที่ร่วมกับลูกน้องทุกวัน ก็ใช้อุปกรณ์ตัดสัญญาณการจุดชนวนระเบิดเช่นเดียวกัน และเขาก็มีประสบการณ์ที่เครื่องมือชนิดนี้เคยช่วยชีวิตเขามาแล้ว

          “เมื่อประมาณเดือน พ.ค.ปีที่แล้ว เกิดเหตุคนร้ายฆ่าเผาหญิงชรา 2 คน คือ นางกิมเนียว พรรครักษ์ และนางคะนึง พรรครักษ์ เหตุเกิดบนถนนสายบ้านท่าน้ำ–บ้านโต๊ะชา ต.ท่าน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบ ผมก็ออกไปตรวจที่เกิดเหตุ และได้นำอุปกรณ์ตัดสัญญาณไปด้วย ซึ่งในวันนั้นไม่มีใครทราบเลยว่ามีระเบิดลูกที่สองถูกวางอยู่ใกล้จุดเกิด เหตุ”

          “ช่วงที่เข้าไปตรวจ ผมเปิดเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ก็ไม่มีเหตุการณ์อะไร แต่พอผมเดินกลับออกมาพ้นระยะที่อุปกรณ์ตัดสัญญาณทำงานเท่านั้น ระเบิดก็ดังตูมขึ้นทันที โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ มาทราบภายหลังว่าคนร้ายพยายามกดระเบิดหลายครั้งแล้ว แต่มันไม่ระเบิด เพราะผมใช้เครื่องตัดสัญญาณ หากวันนั้นไม่มีอุปกรณ์ชนิดนี้ ผมเชื่อว่าทั้งผมและลูกน้องคงได้รับบาดเจ็บกันหลายคน” พ.ต.อ.นฤชา กล่าว

          เจ้าหน้าที่ตำรวจยศสิบตำรวจเอกนายหนึ่ง สังกัด สภ.ปะนาเระ ซึ่งมีเครื่องตัดสัญญาณการจุดระเบิดใช้เอง เล่าให้ฟังว่า ตัดสินใจซื้อเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือและรีโมทคอนโทรลหลังจากเกิด ระเบิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่ ตชด.เข้าไปเก็บกู้ระเบิด จน ตชด.เสียชีวิตถึง 3 นายและได้รับบาดเจ็บอีก 1 นาย โดยเหตุการณ์ในวันนั้นเขาอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย เรียกว่าเห็นความสูญเสียต่อหน้าต่อตา

          “ผมรู้ซึ้งเลยว่าเหตุระเบิดเป็นเหตุการณ์ที่น่ากลัวมาก จึงตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ตัดสัญญาณมาใช้ เป็นเครื่องตัดสัญญาณรีโมทคอนโทรล โดยซื้อต่อมาจากรุ่นพี่ตำรวจที่เคยอยู่ที่นี่ด้วยกัน แต่ปัจจุบันย้ายออกไปแล้ว ส่วนเครื่องตัดสัญญาณมือถือผมซื้อจากสหกรณ์ของโรงพัก เพราะสามารถผ่อนจ่ายได้ ราคาของเครื่องตัดสัญญาณทั้ง 2 เครื่อง รวมๆ แล้วก็อยู่ที่ประมาณ 6-7 พันบาท”

          สิบตำรวจเอกรายนี้บอกอีกว่า แม้ทางโรงพักจะมีอุปกรณ์ตัดสัญญาณให้เบิกใช้ แต่อยากมีไว้เป็นของส่วนตัวมากกว่า เพราะสะดวก และใช้ได้ตลอดเวลา

          “สำหรับผมคิดว่าราคาไม่ถือว่าแพงมากหากเทียบกับความปลอดภัยในชีวิตของเราเอง ทุกครั้งที่ผมออกปฏิบัติหน้าที่ หากได้พกอุปกรณ์ตัดสัญญาณติดตัวไปด้วย จะรู้สึกอุ่นใจมากกว่าไม่ได้พกอะไรไปเลย” ตำรวจจาก สภ.ปะนาเระ กล่าว 

          ด้านเจ้าของร้านจำหน่ายอุปกรณ์วิทยุสื่อสารรายหนึ่งในพื้นที่สามจังหวัดชาย แดนภาคใต้ กล่าวว่า เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือนั้น จริงๆแล้วทางร้านไม่ได้สั่งมาขาย เพราะเราขายแต่อุปกรณ์สื่อสารอย่างเดียว แต่ลูกค้าของร้านส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ เวลามาที่ร้านก็มักจะถามถึงเครื่องตัดสัญญาณ และให้ทางร้านช่วยสั่งซื้อให้

          “พอถามกันมากๆ ผมจึงตัดสินใจสั่งซื้อให้ตามแต่จะมีออร์เดอร์เข้ามา ไม่ได้นำมาตั้งขายหน้าร้าน เพราะลูกค้าทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ส่วนสาเหตุอีกประการหนึ่งที่ไม่กล้าสั่งมาตั้งขาย ก็เพราะเราไม่ทราบว่าเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ผิดกฎหมาย หรือไม่ แต่เมื่อลูกค้าที่เป็นทหาร ตำรวจสั่ง เราก็หาให้เขา เมื่อเขาซื้อไปแล้วก็ต้องรับผิดชอบเอง หากบุคคลทั่วไปมาสั่ง เราจะไม่นำมาขายให้อย่างเด็ดขาด”

          สำหรับเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Cell Phones Jammer ที่มีวางขายอยู่ทั่วไป มีความสามารถในการตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือได้หลายเครือข่าย และหลายย่านความถี่ จึงตัดสัญญาณมือถือได้ทุกระบบที่มีใช้ในประเทศไทย ทั้งนี้ เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือแบบพกพาจะมีรัศมีครอบคลุมพื้นที่ราว 10–15 เมตร แต่หากเป็นเครื่องใหญ่แบบติดตั้งในรถยนต์หรือสำนักงาน จะมีรัศมีครอบคลุมพื้นที่ถึง 20–50 เมตร 

          สนนราคาของเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือแบบพกพาอยู่ที่ 2,500–4,000 บาท ส่วนแบบติดตั้งในรถยนต์หรือสำนักงาน ราคาอยู่ที่ 8,000–15,000 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและประสิทธิภาพการใช้งาน ส่วนใหญ่แล้วอุปกรณ์เหล่านี้เป็นสินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศจีนและไต้หวัน

          ส่วนเครื่องตัดสัญญาณรีโมทคอนโทรลนั้น ยังไม่มีวางขายทั่วไปมากนัก มีเฉพาะในหมู่เจ้าหน้าที่หน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิด (อีโอดี) ที่ใช้อยู่ประจำ และกรมสรรพาวุธของทหารก็กำลังเร่งผลิตออกมาแจกจ่ายให้หน่วยอื่นๆ ได้ใช้งานในพื้นที่ร่วมกัน แต่ก็ยังไม่เพียงพอ

          การวิ่งหาเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือและรีโมท คอนโทรล ซึ่งบางคนถึงขั้นต้องควักทุนส่วนตัว คือภาพสะท้อนความลำบากของทหารตำรวจที่ชายแดนใต้ ซึ่งชีวิตของพวกเขาล้วนแขวนอยู่บนเส้นด้ายและเสี่ยงอันตรายทุกนาที!

ที่มา : http://thailandnewsdarussalam.com/node/648

***** โครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง ขอรับบริจาคเงิน เพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์นี้ส่งไปให้เจ้าหน้าที่ ที่ปฎิบัติงานทาง 3 จังหวัดภาคใต้ด้วยครับ ********

ทั่วไป

เพราะพ่อหลวงเหนื่อยหนักหนา..มานานแล้ว (แรงบันดาลใจ)

April 27th, 2010

แรงบันดาลใจของหนึ่งผู้ประสานงาน

สวัสดีค่ะ

มาแนะนำตัวคนแรกเลย นัทค่ะ เป็นผู้ประสานงานกลุ่มค่ะ ภัทรได้เริ่ม post ถึงเบื้องหลังของโครงการไปแล้ว คิดว่าเดี๋ยวคงมีผู้ประสานงานคนอื่นมาแนะนำตัวด้วยนะคะ

แรงบันดาลใจอย่างแรกและสำคัญที่สุดของนัทคือองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ซึ่งทรงงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เพื่อประเทศ เพื่อประชาชนของท่านมาตลอด 60 ปี นัทไม่คิดว่าจะมีใครที่จะเสียสละได้เท่ากับท่านอีก ถ้าคนอื่นมีทรัพย์สมบัติมากมายเท่าท่านหรือแม้แต่เศษเสี้ยวของท่าน คงหาไม่ได้แล้วที่จะมีใครเดินทางทั่วประเทศไทยพร้อมด้วยครอบครัวไปบนหนทางทุรกันดาร เสี่ยงอันตรายมากมายในพื้นที่สีแดง พร้อมๆ กับการทางแก้ปัญหาให้กับประชาชน กี่ครั้งแล้วที่พวกเราได้ยินถึงความลำบากของท่าน การเดินทางในป่ากันดาร การที่ท่านโดนยุงกัดจนพระบาทแพ้และบวมไปหมด โดนทากดูดเลือดจนเต็มขา การทรงพระราชดำเนินลุยฝนอย่างไม่ทรงเหน็ดเหนื่อยหรือย่อท้อ แม้แต่ข้าราชบริพารที่ติดตามก็แทบทนไม่ไหว การขับรถลุยลงไปในน้ำป่ากว่าครึ่งคันโดยมีสมเด็จพระราชินีอันเป็นที่รักยิ่งของพระองค์นั่งอยู่เคียงข้าง ภาพทั้งหมดนี้ไม่สามารถถูกลบเลือนไปจากความทรงจำของคนไทยได้

อีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่สำคัญของนัทคือครอบครัวนัท คุณพ่อและครอบครัวด้านคุณพ่อเป็นนักกฎหมายมาตลอด ทุกคนจงรักภักดีต่อผืนแผ่นดินไทย และซื่อสัตย์ในทุกๆเรื่องที่เราทำ คุณปู่นัทเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถึงทุกวันนี้ท่านจะอายุ 93 และหลงเลือนไปพอสมควร สิ่งทีท่านบอกพวกเราทุกครั้งที่ท่านนึกได้คือ “ต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” นัทและน้องๆ ยึดถือในคำๆ นี้มาตลอด บางครั้งเราทำงานที่ได้ค่าตอบแทนน้อยมากๆ หรือแทบไม่ได้เลย ถ้าเทียบกับว่าเราเลือกที่จะอยู่เมืองนอก แต่เราก็เลือกที่จะกลับมา เพื่อรับใช้พระเจ้าอยู่หัวและทดแทนบุญคุณแผ่นดินเกิด

คุณแม่ของนัทเคยเป็นอาจารย์ คุณแม่เป็นคนที่ตรงไปตรงมามากที่สุึดคนหนึ่งที่นัทเคยพบ และมีความซื่อสัตย์เป็นอย่างยิ่ง คุณแม่เป็นคนรอบคอบมาก คิดก่อนจะทำเสมอ และเป็นคนที่ตัดสินใจเด็ดขาด หลายครั้งที่ตำแหน่งหน้าที่ของคุณพ่อ ทำให้มีคนติดต่อมาหาคุณแม่ คุณแม่ก็จะปฏิเสธไปทุกครั้ง คุณแม่จะพูดเสมอว่าไม่มีอะไรที่คนเราทำไม่ได้ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ แม่เป็นแบบอย่างของความอดทน อดกลั้น และ มานะ

นัทคิดว่าต้นกล้าความคิดและความกล้าหาญที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราได้เริ่มหว่านไว้เมื่อ 60 ปีที่แล้ว กำลังเริ่มงอกงามในหลายพัน หลายหมื่นโครงการทั่วประเทศ พวกเราเป็นหนึ่งในโครงการนั้น นัทอยากเชิญชวนเพื่อนๆ และทุกคนเข้ามาร่วมช่วยกันค่ะ อาจมีบางต้นที่กลายพันธุ์ไปบ้าง ตายไปบ้าง แต่นัทเชื่อว่าความมุ่งมั่นของเราชาวไทยที่จะแสดงให้ท่านเห็นว่าเราเรียนรู้จากท่าน และกำลังเดินตามรอยพระบาทเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งค่ะ

รอพบเพื่อนๆ ทุกคนนะคะ เรามาช่วยกันค่ะ เพราะพ่อหลวง..เหนื่อยหนักหนา มานานแล้ว..

นัท

ทั่วไป