Payday loans

Archive

Archive for the ‘ข่าวประชาสัมพันธ์โครงการ’ Category

มอบสนับเข่าสนับศอก

May 9th, 2011

 

วันที่ 2 พ.ค 54 เวลา 11:30 ณ. กองทัพภาค 2 จ. นครราชสีมา พล.ต ชาสร วายโล รองแม่ทัพภาค 2 (3) ได้ให้เกียรติมารับมอบสนับเข่า สนับศอก จำนวน 300 ชุด จากตัวแทนโครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง ซึ่งทางรองแม่ทัพได้กล่าวขอบคุณผู้บริจาคทุกท่าน มา ณ ที่นี้ด้วย ขวัญและกำลังใจจากแนวหลังในครั้งนี้ จะทำให้ทหาร มีกำลังใจที่จะปฎิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศอย่างสุดความสามารถ

๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙
ตอนนี้สนับเข่าศอก ขอปิดรับบริจาคแล้วน่ะครับ มีโครงการเร่งด่วนกว่านี้ คืออยากจัดหาเสื้อเกราะ หมวกกันกระสุน ให้กับ กองร้อยจู่โจม กรมทหารพรานที่ 26 ที่อยู่ตรงปราสาทเมืองธม และปราสาทตาควาย เพราะอยู่หน้าแนวและเกิดการสูญเสียมาก เพื่อนๆ ที่อยากสมทบทุนสนับเข่าศอก ขอเปลี่ยนเป็นเสื้อเกราะและหมวก เลยน่ะครับ อนุโมธนาสาธุ ครับ

ข่าวประชาสัมพันธ์โครงการ ,

ร่วมส่งกำลังใจให้ทหารไทยที่่ชายแดนไทยกัมพูชา

April 28th, 2011

เรียนสมาชิกโครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวงทุกท่าน,

 

หลัง จากได้ติดตามสถานการณ์สู้รบ บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีทหารเสียชีวิตประมาณ 4-5 นายแล้ว กำลังคิดว่าจะทำอะไรให้กับพวกพี่ๆ ทหาร นั่งดูรูปเก่าๆของทหารที่ประจำประสาทเมืองธมและตาควาย พบว่าทหารใส่เสื้อเกราะกันแล้ว มีแต่ทหารพรานที่ยังไม่มี ได้แต่นึก โครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง ครั้งที่ 1 เพิ่งปิดโครงการไป คงจัดซื้อเสื้อเกราะไปให้ไม่ทัน กำลังขับรถกลับบ้าน พี่ทหารท่านหนึ่ง ก็โทรมาว่า ทางทหารอยากได้ สนับเข่า สนับศอกกัน เพราะตอนนี้เกิดการประจันหน้าและรบระยะประชันชิด ประมาณ 100-200 เมตร ทำให้ ทหาร ต้องเคลื่อนไหวเร็ว ทั้งเดิน วิ่ง ล้ม หมอบ หากไม่มีสนับเข่าศอก จะเจ็บมาก (หากท่านเคยล้มบนกรวดจะรู้)

 

ดังนั้นก็เลยรับปากว่า จะช่วยระดุมและประชาสัมพันธ์ให้ พี่ๆ เขาอยากได้ 500 ชุด

 

แต่ผมกลัวว่าจะได้จำนวนน้อย เลยบอกกลับไปว่า สัก 100-200 ชุดก่อนได้ไหม แล้วจะค่อยๆ ส่งไปเพิ่ม

 

พี่ๆ เพื่อนๆ มาช่วยกันน่ะครับ

 

ร่วมบริจาคได้ที่ บัญชี โครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง ออมทรัพย์ หมายเลขที่บัญชี 178-2-25353-9

 

ธนาคารกสิกรไทย สาขาคลองหลวง ในราคาชุดล่ะ 250 บาท และส่ง slip มาที่ slip@virtue4theking.org

 

หรือ ซื้อแล้วไปมอบให้ไว้ที่ ร.อ. พรชัย 0867640275 กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 1 ถ. วิภาวดีรังสิต ตรงข้าม ม. หอการค้าก็ได้ครับ

 

ทางเราจะรวบรวมนำมอบให้ทหารในแนวหน้าอีกทีครับ

 

คำถามที่ว่า

 

ทหารไม่มีงบหรือ ?

 

ตอบ เป็นอุปกรณ์ประจำตัว ส่วนมากไม่ได้ตั้งงบกันไว้ พี่ๆ ทหารเขาซื้อกันเอง ในราคา 500 บาท เพราะเขาซื้อน้อย เราส่งไปให้พี่ๆ เขาก็เหมือน ส่งกำลังใจจากแนวหลัง สู่แนวหน้า

 

 

ขอบคุณครับ

ภัทร โครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง

 

ข่าวประชาสัมพันธ์โครงการ , ,

พิธีมอบเสื้อเกราะ (ปิดโครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง ครั้งที่ ๑)

April 2nd, 2011

เมื่อวันที่ 28 มี.ค 2554 ที่ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 443 นายชัยภัทร จั่นมณี ประธาน โครงการ หนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง ได้เดินทางมามอบเสื้อเกราะกันกระสุน แก่เจ้าหน้าที่ทหารพรานกรมทหารพรานที่ 41 เจ้าหน้าที่ทหารพรานกรมทหารพรานที่ 46 และเจ้าหน้าที่ ตชด. พลร่ม กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 443 หน่วยงานละ 25 ตัว และ ร.ต.อ ธาม ลอยสะเทื้อน 2 ตัว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

โครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง จัดทำขึ้น เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ และส่งกำลังใจ ให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ที่อยู่แนวหน้า ซึ่งพวกเราที่อยู่แนวหลัง ที่ทำงาน อยู่ที่ กทม. ต่างจังหวัด ได้ร่วมกันบริจาคและจัดทำโครงการนี้ขึ้น เพื่อตอบแทนผู้ที่ปฎิบัติหน้าที่รับใช้ชาติ โดยส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ ที่ปฎิบัติงานในพื้นที่ภาคใต้ รวมทั้ง พี่น้องประชาชนใน 3 จชต. ซึ่งจะเป็นรูปแบบของการมอบยารักษาโรค การปรับปรุงมัสยิด วัด โรงเรียนตาดีกา ซึ่งปีนี้ได้รับเงินบริจาคมากพอสมควร จึงได้นำมาจัดซื้อเสื้อเกราะ เพิ่ม จำนวน 77 ตัว ซึ่งรวมกับครั้งที่แล้วที่ได้มอบไปและจำนวน 100 ตัว และในวันนี้ได้มามอบเพิ่มอีก 77 ตัว นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงโรงเรียนสอนภาษาไทย, มัสยิดบ้านกลาง 1 แห่งและบ้านเขาน้ำตก อ.บันนังสตา จ.ยะลา อีก 1 แห่ง ด้วย สำหรับเสื้อเกราะที่นำมามอบได้มาตรฐานระดับ 3 สามารถกันอาวุธปืน เอ็ม 16 และ อาก้า ได้ ซึ่งหลังจากมอบแล้วก็จะนำไปทดสอบ โดยการสุ่มยิง ที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 เพื่อให้มั่นใจว่าเสื้อเกราะชุดนี้จะสามารถช่วยเหลือชีวิ ตของเจ้าหน้าที่ได้จริง ซึ่งผลการทดสอบทั้งปืน 11 มม. 9 มม.ปืนเอ็ม16เอ1, เอ็ม 16 เอ2, เอ็ม 16 เอ4, ทราโว่และปืนอาก้า. สามารถกันกระสุนปืนดังกล่าวได้

มอบเสื้อเกราะ 25 ตัวให้แก่กรมทหารพรานที่ 41 โดยมี พ.ท. เอกธวุฒิ คงคาเขตร รองผู้การกรม ให้เกียรติมารับด้วยตัวเอง
มอบเสื้อเกราะ 25 ตัวให้แก่กรมทหารพรานที่ 46 โดยรองผู้การกรม ให้เกียรติมารับด้วยตัวเอง
มอบเสื้อเกราะ 25 ตัว ให้กับ พ.ต.ท จักรกริช รังสิโยภาส รอง ผบ. ชค. บก. สอ.บก. ตชด. ให้เกียรติมารับด้วยตัวเอง

คอยพบกับ โครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง ครั้งที่ ๒ เร็วๆ นี้

ข่าวประชาสัมพันธ์โครงการ

ผลการคัดเลือกเสื้อเกราะงวดที่ ๒ จำนวน ๗๖ ตัว

February 1st, 2011

เรื่อง       ผลการคัดเลือกเสื้อเกราะงวดที่ ๒ จำนวน ๗๖ ตัว

เรียน       สมาชิกกลุ่มหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวงและผู้สนใจทั่วไป

เนื่องจากทางสมาชิกกลุ่มหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง ได้จัดทำโครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง ครั้งที่ ๑ ขึ้นเพื่อสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ช่วยรบที่จำเป็นและมีความต้องการใช้เร่งด่วนให้กับเจ้าหน้าที่ทหารสำหรับการปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น  เพื่อเป็นการสนับสนุนการปฎิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ทหารให้มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น   ข้าพเจ้าตัวแทนกลุ่มหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง   มีความประสงค์ที่จะแจ้งผลการคัดเลือกเสื้อเกราะ โดยเปรียบเทียบกัน ๓ แบบ คือ ๑. เสื้อเกราะรุ่นพระเจ้าตาก  ๒. เสื้อเกราะรุ่น BROVE ๒๖  ๓. เสื้อเกราะนำเข้า  ผลการคัดเลือกทางทีมงาน ได้คัดเลือกเสื้อเกราะ แบบ BROVE ๒๖

โดยเสื้อเกราะรุ่น BROVE ๒๖ มีคุณสมบัติและข้อดีต่างๆ ดังนี้

๑.    มีใบรับรองมาตราฐานเสื้อเกราะกันกระสุน ฉบับที่ ๙ ที่ออกโดยกระทรวงกลาโหม
๒.    เสื้อเกราะสามารถยับยั้งหัวกระสุนเอ็มสิบหกเอหนึ่ง ทราโว่ และ อาก้าได้
๓.    มีราคาที่ไม่แพงมาก คือ ราคาตัวล่ะ ๗, ๕๐๐ บาท (ของต่างประเทศราคา  ๒๐,๐๐๐ – ๓๐,๐๐๐ บาท)
๔.    มีความน่าเชื่อถือเพราะเป็นหน่วยทหารวิจัย พัฒนา และใช้เอง
๕.    ลดการนำเข้าเสื้อเกราะจากต่างประเทศ รวมทั้งยังส่งเสริมให้ประเทศไทยพึ่งพาตนเองได้
๖.    ส่งเสริมให้คนไทยพัฒนา วิจัยและผลิตเสื้อเกราะที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

ดังนั้นกระผมตัวแทนโครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวงจึงขออนุญาตสมาชิก มอบเงินวิจัยเพื่อผลิตเสื้อเกราะจำนวน ๗๖ ตัว ในราคาตัวล่ะ ๗,๕๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๕๗๐,๐๐๐ บาท (ห้าแสนเจ็ดหมื่นบาทถ้วน) แก่กองพันทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๑ เพื่อผลิตเสื้อเกราะ เพื่อส่งมอบให้กับ ชุดรบพิเศษ ค่ายนเรศวร ปฎิบัติการร่วมตำรวจตระเวนชายแดน กองกำกับการ ๔๔๓ และ กรมทหารพรานที่ ๔๑ ในการปฎิบัติภารกิจในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
ทางโครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง หวังว่าเสื้อเกราะนี้ จะสามารถช่วยลดความสูญเสียให้แก่เจ้าหน้าที่ทหารที่ปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าวได้ในระดับหนึ่ง

ขอแสดงความนับถือ

ทีมงานกลุ่มหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง

ใบรับรองมาตราฐานเสื้อเกราะกันกระสุน ฉบับที่ ๙ ที่ออกโดยกระทรวงกลาโหม

ข่าวประชาสัมพันธ์โครงการ , ,

โรงเรียนสอนภาษาไทย ตำรวจพลร่ม

January 16th, 2011

ภารกิจ หนึ่งของตำรวจพลร่ม ที่ลงไปปฎิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัด คือสอนหนังสือ สอนภาษาไทย เนี้ยล่ะ ใครจะไปเชื่อว่า จะมีคนมาเรียนมากมายขนาดนี้ ขณะที่ใครหลายๆ คนพยายามเขียนภาษาไทย ผิดๆ ถูกๆ แต่ปลายข้ามขวานของเรา กลับมีชาวบ้านที่สนใจมาเรียนมากขนาดนี้ ทุกคนตั้งใจที่จะมาเรียนภาษาไทย ซึ่งชาวบ้านบางคนอายุก็แยอะแล้ว แต่ไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ แต่พวกเขาเหล่านั้นสนใจที่จะเรียนรู้ภาษาไทย เพื่อที่จะได้พูดภาษาไทย อยู่ในประเทศไทยได้อย่างภาคภูมิใจดูจากห้องเรียนและสอบถามความต้องการคร่าวๆ ทางโครงการหนึ่งความดีพ่อหลวง จึงได้สนับสนุนเงิน 20,000 บาท เพื่อนำไปจัดซื้อโต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์การเรียน การสอนให้กับเจ้าหน้าที่และชาวบ้าน สักวันอาจจะกลายเป็น “โรงเรียนสอนภาษาไทย ตำรวจพลร่ม” ก็ได้ใครจะไปรู้

การที่ตำรวจพลร่มวางปืน มาจับชอลก์ ในครั้งนี้ได้ประโยชน์มากมาย คือ

1. ได้มวลชน ชาวบ้านหันมาสนับสนุนด้านต่างๆ กับเจ้าหน้าที่มากขึ้น รวมทั้งความเชื่อใจ ไว้ใจ ซึ่งกันและกัน

2. ได้เรียนรู้ภาษายาวี เพราะ ตร. พลร่ม ที่ลงไปในพื้นที่ แทบไม่มีใครพูดได้ แต่การมาสอนภาษาไทย เราก็ได้ฝึกพูดภาษายาวีไปด้วย

จาก การบอกเล่าของนายตร. พลร่ม ท่านหนึ่งถึงภารกิจต่างๆ ของพลร่ม ที่ลงไปปฎิบัติหน้าที่ อ. บันนังสตา จังหวัด ยะลา ว่ามีหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ การไปสอนภาษาไทย ทางโครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง ที่มีวัตถุประสงค์หลักอยากเห็นความสงบสุขในพื้นที่ 3 จังหวัดใต้ จึงได้สนับสนุนเงินบริจาคจากสมาชิกให้กับ เจ้าหน้าที่ในครั้งนี้

“ถึง แม้นวันเวลาและทางเดินอีกยาวไกลที่จะเห็นความสงบสุขในดินแดนปลายด้ามขวาน เราก็จะไม่ย้อท้อ ที่จะเดินไป ขอพลังจึงอยู่กับผู้ที่ทำความดีและตั้งใจจริงด้วยเทอญ”

ข่าวประชาสัมพันธ์โครงการ

ยายยิ้ม คนต้นแบบจากป่าใหญ่

December 27th, 2010

หลังได้ดูรายการคนค้นคน เรื่องยายยิ้ม นั่งดูแล้ว ทึ่งในความที่ยายเป็นนักอนุรักษ์ป่าไม้ มีจิตใจที่มีคุณธรรมมาก นั่งฟังตอนยายพูดว่า ตอนฝนตก มันสาดเข้ามา ยายได้แต่นั่งหลบฝน อยู่ข้างๆ ทำให้นึกสงสารยายไม่ได้คนทั่วประเทศได้ดู แต่ไม่รู้จะมีใครอาสาที่จะเข้าไปซ่อมบ้านให้ยายบ้าง ผมเลยโพสขออนุญาตนำเงินส่วนหนึ่งที่ได้รับบริจาคจากสมาชิกโครงการ นำไปซ่อมบ้านให้ยาย ซึ่งการทำบุญกับคนที่มีบุญต่อประเทศชาติ ไม่ว่างานนั้นจะเล็กหรือใหญ่ เราก็จะได้บุญมากไปด้วย

อีกทั้งยังเป็นการตอบแทนผู้ที่ทำความดีเพื่อแผ่นดิน เพื่อพ่อหลวง โดยตอนสัมภาษณ์ทีวี ยายชอบพูดว่า เห็นท่านแนะ เราก็ทำตาม (ผมไปบ้านยาย ไม่เห็นมีทีวี หรือหนังสือเกี่ยวกับพระราชดำรัสเลย)

หลังจากนั้นก็โทรไปรบกวน รองผู้กำกับ ที่อยู่ จ. พิษณุโลก ให้เข้าไปดูบ้านยายก่อน รวมทั้งสำรวจบ้านยายให้ด้วยว่าต้องใช้วัสดุมากน้อยเพียงใด  ท่านก็ใจดีสละเวลาเข้าไปดูให้ และมีคุณแนท และเพื่อนๆ ที่ค้นหาข้อมูลมาเจอ facebook โครงการ ทำให้มีการแลกเบอร์โทรกันและโทรนัดกัน ซึ่งทุกคนมีเป้าหมายไปวันเดียวกัน ทางคุณแนท เลยชวนผมให้ติดรถไปด้วยพร้อมกับจ่าจินต์ (ตอนแรกผมไม่รู้จัก ยังงงๆ ว่าจ่าติดจับรางวัลปีใหม่ นึกว่าทำงานเอกชนเหมือนกัน)

เมื่อถึงเวลานัดหมาย 15:00 ผมนั่งแทกซี่ไปรอจุดนัด พอเล่าให้แท๊กซี่ฟังว่า จะไปซ่อมบ้านให้ยายยิ้ม พี่ไพโรจน์ (คนขับแท๊กซี่ จากจว.สุพรรณบุรี) รู้จักยาย บอกอยากร่วมทำบุญด้วย โดยไม่คิดค่าแท๊กซี่ ผมก็อึ้งๆ ได้แต่ซาบซึ้งในน้ำใจคนไทยด้วยกัน ไม่นึกว่าคนที่หาเช้ากินค่ำ ยังมีน้ำใจขนาดนี้ ผมได้แต่กล่าวขอบคุณพี่เขา

ขึ้นรถ คุณแนท ได้เจอผู้ชายดูใจดี 1 คน ผมได้ไปนั่งข้างๆ พี่เขาก็แนะนำตัวเองว่าชื่อ จ่าจินต์ ผมก็ยังไม่คุ้น จนจ่าหยิบหนังสือให้ ผมถึงบางอ้อ ว่าผมเคยอ่านเรื่องจ่าในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ตอนนั้นยังนึกว่าบ้าดี นั่งรถทัวร์ไปช่วยคนทั่วประเทศ ^_^  จ่าใจดีให้หนังสือมา 1 เล่ม พร้อมลายเซนต์

ขณะเดินทางเกือบ เกิดอุบัติเหตุ 3 ครั้ง จนจ่าพูดติดตลกว่า “บุญจ่าได้แค่ 3 ครั้งน่ะ ครั้งต่อไปตาคุณภัทร” ดีน่ะที่เลยครั้งที่ 3 ก็ถึงพิษณุโลกพอดี เลยไม่ต้องลองบุญผม ^_^

แวะทานข้าวเรียบร้อย เราก็แยกย้ายกันพักผ่อน มีนัดกับรองผู้กำกับแต่เช้าเพื่อเข้าไปบ้านยายยิ้ม

เสียงมือถือที่ตั้งเวลาไว้ 6:00 ก็ปลุกเราให้ตื่น อาบน้ำและลงไปทานอาหารเช้า 7:00 น. เราก็เริ่มเดินทางไป อ. วัดโบสถ์ ตลอดเดินทาง มองสองข้างทางที่เป็นทุ่งนา ดูแล้วเหมือนนกที่โบยบิน อิสระดีไม่ต้อง ขับรถติดในกรุงเทพ วันล่ะหลายชั่วโมง นั่งดูพระอาทิตย์ จนเพลินก็ถึงบ้านพี่ ที่เขาดูแลยาย และบ้านลุงยุทธ คนที่ไปวัดและนั่งสมาธิกับยายประจำ (แอบกระซิบผมมาด้วย ว่ายายยิ้มนั่งสมาธิ ถึงขั้นมีแสงออกมารอบตัว จริงเท็จไปพิสูจน์กันเองครับ)

ลุงยุทธพาไปสำนักสงฆ์ ซึ่งต้องนั่งรถไถลากเข้าไปบ้านยายยิ้ม อีก 7 กิโล (ลุงยุทธแกว่า 5 กิโลจากความรู้สึกแก ไม่รู้ 7 กิโลมาจากไหน) มีน้องๆ ที่อยู่สำนักสงฆ์พาเข้าไป คณะเราทั้ง 7 คนรวมทั้งของกินของใช้ ของฝาก ที่จะนำไปฝากยายรวมกันได้ 1 คันพอดี  นั่งไปเรื่อยๆ ก็สนุกดี มีหลุม มีบ่อ บางช่วง (คำเตือน ใครไปใส่หมวก ต้องระวังให้ดีๆ ต้นไม้ชอบขโมยไป ^_^ )

สักพักใหญ่ก็มาถึงบ้าน ยายยิ้ม แขกผู้มาเยือนก็ขึ้นไปเยี่ยมยายบนบ้าน ยายกำลังหุงข้าวเช้าพอดี มีไข่ 3 ฟอง เผือกต้ม ยายก็ชวนลูกหลานกินด้วย แต่พวกเราก็อยากให้ยายกินข้าวเช้าก่อน ผมเห็นว่าคนแยอะมาก เลยลงไปสำรวจน้ำตก หลังบ้านยาย

พบว่ามีที่หนึ่งถูกถางหญ้าให้เตียน คนที่ไปด้วยเล่าว่า ยายกลับมากรุงเทพฯ ก็มาถางหญ้าเตรียมสร้างศาลาให้พระธุดงพัก เพราะเคยมีพระมาปักกลด แต่อยู่ได้ 2 วันก็ไป เพราะฝนตกไม่หยุดเลย จนพระเปียก ยายสงสารเลยจะสร้างศาลาพักให้ (คุณแนทรู้ข่าว เลยร่วมบริจาคเงินไปกับยายด้วย ขออนุโมทบุญด้วยครับ ) เดินไปเจอต้นไม้ที่ยายทำพิธีขอขมาเจ้าป่า เจ้าเขาด้วย ผมจึงถ่ายรูปมาฝาก

น้องๆ เล่นน้ำอยู่ ผมจึงขอให้พาไปดูฝายยาย ผมไปคนเดียวคงหลงแน่ มองไปทางไหนก็มีแต่ป่า น้องก็ใจดี พาลุยหญ้าไป จนเจอฝาย 3 ฝาย ที่เหลืออยู่ลึกเข้าไปอีก ขนาดเราเดินยังลำบาก ยายสามารถจริงๆ จนบางครั้งเรายังอาย บางฝายมีผักกรูด ต้นบอน ขึ้นเต็มเลย ชาวบ้านได้มาเก็บไปกิน ผลมุมานะของยาย ที่เมื่อก่อน ชาวบ้านว่าแกเป็นปอบ เป็นผีบ้าง หวงป่า บ้าง ยายต้องอดทน มุมานะทำให้เห็น หลายปีผ่านไป ทุกคนถึงยอมรับ (คิดถึงพวกเราทำอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็ท้อ ถ้าไปดูยาย คงมีกำลังใจไม่น้อย)

ไว้มาต่อครับ

เขียนโดย : ภัทร โครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง

วันที่ : ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๓

ข่าวประชาสัมพันธ์โครงการ ,

โครงการสร้างมัสยิดนูรูลอิสลามและปรับปรุงมัสยิดนูรุลฮูดา (บ้านกลาง)

December 14th, 2010

สถานที่: ต. ตลิ่งชัน อ. บันนังสตา จ. ยะลา

ผู้รับผิดชอบ : ร้อย ฉก.รพศ.4 กก.1 บก.สอ.บช.ตชด.

หลักการและเหตุผล

เนื่องด้วยมัดยิดนูรุลฮูดา(บ้านกลาง) และ มัสยิดนูรูลอิสลาม ยังสร้างไม่เสร็จ ทำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ไม่สามารถประกอบกิจทางศาสนาได้ ทางตำรวจพลร่ม จึงได้ประสานกับผู้นำทางศาสนาและประชาชนในพื้นที่ เพื่อเสนอการปรับปรุงและสร้างมัสยิดดังกล่าว

วัตถุประสงค์

1. เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องจากทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗ รอบ หรือ ๘๔ พรรษาในปีนี้
2. เพื่อความสะดวกในการประกอบศาสนากิจของประชาชนในพื้นที่
3. เพื่อเป็นการพัฒนาส่งเสริมจรรโลงตามหลักศาสนา
4. เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนในพื้นที่

เป้าหมาย

ราษฏรได้ใช้เป็นสถานที่ในการประกอบศาสนา

ระยะเวลาการดำเนินการ

ตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2553 เป็นต้นไป

สถานที่ดำเนินโครงการ

1. มัสยิดนูรุลฮูดา บ้านกลาง หมู่ 5 ตำบลตลิ่งชัน อ. บันนังสตา จังหวัดยะลา
2. มัสยิดนูรูลอิสลาม บ้านเขาน้ำตก หมู่ 7 ต. ตลิ่งชัน อ. บันนังสตา จังหวัดยะลา

งบประมาณ

120,000 บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นบาทถ้วน) โดยได้รับการสนันสนุนจากโครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลว

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1. เพื่อให้ประชาชนและผู้นำทางศาสนาเชื่อถือเจ้าหน้าที่ของรัฐ

2. เพื่อเป็นการสร้างกิจกรรมระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ เพื่อลดช่องว่างระหว่างทั้งสองฝ่าย

3. เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบเห็นว่า หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นผู้เข้ามาพัฒนาชุมชน และสามารถเป็นที่พึ่งพาได้

4. เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐกับประชาชนในพื้นที่

จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ทีมงานโครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง

หมายเหตุ

แจ้งให้ทราบน่ะครับ โดยจะขอแบ่งเงินบริจาคจากยอดคงเหลือ 700,000 บาท มาสนับสนุนโครงการนี้น่ะครับ งานมวลชนเป็นการป้องกันและช่วยลดการสูญเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ ได้ดีกว่าเสื้อเกราะมาก แต่การจัดหาเสื้อเกราะก็ยังจำเป็นอยู่

ดังนั้นโครงการฯ จึงต้องทำสองอย่างควบคู่กันไป

********** ภาพล่าสุด **********

ข่าวประชาสัมพันธ์โครงการ ,

ขอเรียนเชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่าน ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี

October 16th, 2010

ขอเชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่านร่วมเป็นเจ้าภาพทอด กฐินสามัคคี ประจำปี 2553 ในวันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2553 (แรม 8 ค่ำ เดือน 11) ณ. วัดอ้อน้อย กําแพงแสน จ. นครปฐม โทร. 034-204-738, 823, 815

เพื่อร่วมกองบุญทอดกฐินสามัคคี วัดเขาน้ำตก, สำนักสงฆ์บ้านตาเอียด และ สำนักสงฆ์บ้านหาดทราย อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เพื่อร่วมสมทบทุนทรัพย์  สร้างอุโบสถวัดเขาน้ำตก, กุฎิพระ สำนักสงฆ์บ้านตาเอียด และ บ้านหาดทราย

อานิสงส์ของการสร้างวัด

การสร้างวัด หรือส่วนประกอบของวัด เพื่อถวายพระสงฆ์ที่มาจากถิ่นฐานต่างๆให้เป็นที่พำนักอาศัยที่ปฎิบัติธรรม ที่ประกอบกุศลกิจ อันเป็นประโยชน์ต่อผู้ทรงศีล ทรงคุณธรรมนั้นมีอานิสงส์ คือ

ผลดีตอบต่อผู้ถวายอย่างยิ่งใหญ่ไพบูลย์

พระพุทธองค์ ได้ทรงแสดงไว้ ดังนี้

1. ” ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ผู้นั้นเชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง ” (สังยุตตนิกาย สคาถวรรค)

2. ผู้ให้ที่พักอาศัย ฯลฯ ย่อมมีบุญเจริญในกาลทุกเมื่อ ทั้งกลางวัน ทั้งกลางคืน เขาตั้งอยู่ในธรรม
สมบูรณ์ด้วยศีล เป็นผู้ไปสวรรค์ (วนโรปสูตร)

3. ในวิหารทานกถา พระพุทธองค์ทรงยืนยันให้เห็นชัดเจนว่า การถวายวิหาร(วัด)ที่อยู่อาศัยแกภิกษุสงฆ์ เป็นสมุฏฐานก่อให้เกิดประโยชน์สุข ทั้งผู้รับและผู้ถวาย ซึ่งทรงแสดง อานิสงส์ไว้ว่าเป็นยอดของสังฆทาน เป็นปัจจัยให้ประสบความเกษมศานต์ จนบรรลุถึงพระนิพพาน เป็นที่สุด โดยตรัสไว้ว่า

“เสนาสนะที่อยู่อาศัย ย่อมบรรเทาความหนาว ความร้อน ป้องกัน เนื้อร้าย ป้องกันงู และยุงได้ ป้องกันฝนก็ได้ แม้ลมแดดกล้าที่ปรากฏขึ้น ก็บรรเทาได้”

การถวายกุฎีวิหารที่อยู่อาศัยแก่พระสงฆ์เพื่อเร้นอยู่ ของผู้ต้องการความสงบ เพื่อความสุข เพื่อฌานการเพ่ง เพื่อวิปัสสนา การเห็นแจ้งพระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่าเป็นทาน อันเลิศ
เพราะเหตุนั้น ผู้มีปัญญา เมื่อเล็งเห็นประโยชน์ของตน พึงสร้างกุฎวิหาร ที่อยู่อาศัยอันรื่นรมย์ ถวายแด่พระสงฆ์ ผู้เป็นพหูสูตเถิด อนึ่งถวายข้าว น้ำ ผ้า และเสนาสนะ แก่พระสงฆ์ ทั้งหลายเหล่านั้น

ด้วยน้ำใจอันเลื่อมใส ในท่านผู้ปฏิบัติตรง ทั้งทางกาย และ ทางใจ ท่านย่อมแสดงธรรม อันเป็นเครื่องบรรเทาความทุกข์ทั้งมวล แก่บุคคลผู้เมื่อรู้ธรรมแล้วเป็นผู้ไม่มีกิเลส ปรินิพพานในโลกนี้(เสนาสนขันธกะ พระวินัยปิฎก)

4. ในพุทธวรรคที่1 ขุททกนิกาย อปทาน ภาค1 แสดง อดีตชาติ ของพระอรหันตสาวก ชั้นผู้ใหญ่ ว่าได้บำเพ็ญทานสร้างวัด และส่วนประกอบของวัด ด้วยศรัทธาเสื่อมใสในพระพุทธ พระธรรม

พระสงฆ์ แล้วในชาติปัจจุบันท่านเหล่านั้นก็ได้รับอานิสงส์ผลบุญกุศลคล้ายคลึงกัน ว่าโดยสรุปก็คือ ไม่รู้จักทุคติได้โลกิยสมบัติอันน่าพึงพอใจ จนถึงชั้นสูงสุดและได้บรรลุคุณวิเศษต่างๆ อาทิ

วิโมกข์ 8 ปฎิสัมภิทา 4 อภิญญา 6 อรหัตตผล สิ้นอาสวะกิเลสเป็นที่สุด

ตัวอย่างท่านผู้ใดได้ อานิสงส์ดังกล่าว คือ
พระมหากัสสปเถระ ได้ดีเพราะสร้างพุทธเจดีย์ถวายพระพุทธเจ้า
พระอุบาลีเถระ ได้ดีเพราะสร้างสังฆาราม(วัด) ถวายพระพุทธเจ้า
พระอุปสีวเถระ ได้ดีเพราะสร้างอาศรม(ที่อยู่อาศัย)ถวายพระพุทธเจ้า
พระอายาตทายกเถระ ได้ดีเพราะสร้างบรรณศาลา ถวายพระพุทธเจ้า

ชาวพุทธได้ทราบ แบบอย่างอันประเสริฐเลิศล้ำอย่างนี้ จึงนิยมสร้างวัด ในประเทศไทยจึงมีวัดวาอารามมากมาย เป็นที่เชิดชูหน้าตาของชาติ จูงใจให้ชาวต่างชาติอยากไปเที่ยวเมืองไทย

ผู้มีจิตศรัทธาท่านใดมีความประสงค์จะร่วมเป็นเจ้าภาพ สร้างอุโบสถและสร้างกุฎิสงฆ์ ให้บริจาคได้ที่ บัญชี ของ

ชัยภัทร จั่นมณี ธ.กสิกรไทย 712-2-48791-6 สาขากล้วยน้ำไท บช. ออมทรัพย์

ขอเชิญทุกท่านมาทำบุญร่วมกันและมาโพสลงกระทู้เพื่อจะได้ให้ท่านผู้อื่นมา อนุโมทนาบุญร่วมกันครับ

ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านครับ

ชัยภัทร จั่นมณี

chaiyapat 56@hotmail.com

ข่าวประชาสัมพันธ์โครงการ ,

สถานียุทธศาสตร์ใหม่ สน. บันนังสตา (ตรงปากทาง จุดที่จ่าเพียรโดนระเบิดเสียชีวิต)

October 7th, 2010

ทางโครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง ได้สนับสนุนเงินจำนวน 10,000 บาท แก่สน. บันนังสตา เพื่อจัดซื้อกระเบื้องและวัสดุก่อสร้าง ในการสร้างฐานใหม่ ณ. ปากทางเข้าหมู่บ้านจุดที่จ่าเพียรเสียชีวิต และได้รบกวนผู้กองธาม จัดซื้อของกิน อาหารแห้งแจกจ่ายกำลังพลตามฐานต่างๆ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจต่อเจ้าหน้าที่ ที่ปฎิบัติงานอยู่อีก 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 20,000 บาท

ดูภาพอีกได้ที่นี่ http://www.facebook.com/virtue4theking#!/album.php?aid=40413&id=107683929261368

ร่วมสมทบทุนกับโครงการฯ ได้ที่

ธนาคารกสิกรไทย สาขาคลองหลวง
ชื่อบัญชี โครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อหลวง
ประเภทบัญชี ออมทรัพย์ หมายเลขที่บัญชี 178-2-25353-9

ข่าวประชาสัมพันธ์โครงการ, ผลงานที่ผ่านมา , , ,

ขอเชิญเพื่อนๆ ร่วมกิจกรรม “๕ ธันวาคม หนึ่งความดีเพื่อพ่อ”

September 16th, 2010

เนื่อง จากใกล้ถึงวันพ่อแห่งชาติ ปีนี้ ทางโครงการหนึ่งความดีเพื่อพ่อ หลวงจึงได้จัดให้มีกิจกรรม “๕ ธันวาคม หนึ่งความดีเพื่อพ่อ” โดยที่สมาชิกสามารถร่วมส่งเรื่องราวของท่านหรือคนอื่นที่ได้ทำความดีต่างๆ ไม่ว่าการดำเนินชีวิตที่อยู่ใน ศีลธรรม เป็นคนดีของสังคม หรือเป็นข้าราชการที่ซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง มาที่ info@virtue4theking.org

ทาง ทีมงานจะนำเรื่องราวความ…ดีของท่าน เผยแพร่ขึ้นที่ Facebook และ เวบไซต์ของโครงการฯ มาร่วมกันมากๆ น่ะครับ การทำความดีไม่จำเป็นต้องทำเพื่อสังคม การเป็นลูกที่ดี ดูแลพ่อแม่ ก็ถือว่า ท่านทำความดีแล้ว

บางครั้งผมมองไปที่พวกพี่ๆ ที่เขากวาดถนน ตัดต้นไม้ ริมถนน พี่ๆ เขาทำงานด้วยใจรักจริง ขยะสักชิ้นเขาก็ไม่ปล่อยผ่าน เป็นการทำหน้าที่ที่ดีมาก สังคมโดยรวมก็จะน่าอยู่ขึ้นมาก

วัตถุประสงค์

1. ทำให้คนในสังคม ออกมาร่วมกันทำความดีกันมากๆ และเพื่อเทอดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันพ่อปีนี้

2. เป็นช่องทาง ที่คนดีของสังคม กล้าออกมาทำความดีและเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม ให้เยาวชนของประเทศชาติยึดถือเป็น แบบอย่างที่ดี

3. ทำให้เกิดความรัก ความสามัคคีในสังคม หากมีความสามัคคี บ้านเมืองของเราก็จะน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

***** เรื่องที่ได้รับการพิจารณา ทางโครงการฯ จะจัดส่งของที่ระลึก (เสื้อโครงการ) ไปให้ครับ *****

ของรางวัลอาจจะดูเล็กน้อย แต่พลังครั้งนี้จะไม่เล็กเลย หากทุกคนมาร่วมกันทำ

ขอบคุณครับ

ภัทร

ข่าวประชาสัมพันธ์โครงการ